จังหวัดขอนแก่น : คลัง จัด“มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ “มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน”ครั้งที่ 2 ณ ฮอลล์ 2 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น (KICE)

 


?วันที่ 19 พฤศจิกายน  2565 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE)  นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ครั้งที่ 2 จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2565 โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และมีผู้แทนจากสถาบันการเงินรวมทั้งหน่วยงานราชการในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเปิดงานจำนวนมาก ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมในงานมหกรรมยังคงประกอบด้วยการแก้ไขหนี้สินเดิม โดยการผ่อนปรนเงื่อนไขการผ่อนชำระ ขยายระยะเวลาชำระหนี้ ลดดอกเบี้ยค้างชำระ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นนานเป็นพิเศษผลิตภัณฑ์เงินฝากดอกเบี้ยพิเศษเพื่อส่งเสริมการออม การให้คำปรึกษาทางออกให้ธุรกิจ คำปรึกษาทางการเงิน ความรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ และการให้ความรู้ทางการเงิน การลงทุน และการออม การขายสินทรัพย์ NPA ของสถาบันการเงินและบริษัทเอกชน   สำหรับบรรยากาศการเข้าร่วมงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไขเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืนที่จังหวัดขอนแก่นครั้งนี้ มีประชาชนที่เดือดร้อนและได้รับปัญหาให้ความสนใจมาต่อแถวเข้ารับคำแนะนำ คำปรึกษาในการแก้หนี้กับสถาบันการเงินต่างๆ ที่มาเปิดบูธให้บริการกันอย่างต่อเนื่อง มีทั้งที่ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ และเดินทางเข้ามาร่วมงานที่หน้างานจำนวนมาก


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการจัดงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ฯ ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จ จากการจัดงาน 3 วัน มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 15,000 คน มีวงเงินค่อนข้างมากในการแก้ไขปัญหาหนี้ได้ และยังมีการเติมสินเชื่อให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ โดยขอบเขตของพื้นที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะจังหวัดขอนแก่น จังหวัดใกล้เคียงและจังหวัดในภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ไปในตัวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งการแก้ไขไม่ใช่เฉพาะเพียงในงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ฯ เท่านั้น แต่การมาในงานนี้จะได้รับสิทธิพิเศษจากแต่ละธนาคารของรัฐ และประชาชนสามารถที่จะไปติดต่อยังสาขาธนาคารของรัฐทุกแห่ง ซึ่งการดำเนินงานจะต่อเนื่องไปในปี 2566 ต่อไปด้วย เนื่องจากประชาชนที่มาติดต่อที่งานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ฯ อาจจะมาได้ไม่ทั่วถึง เพื่อให้มีความครอบคลุมมากที่สุด



นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเชื่อมโยงกับธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ในการแก้ไขหนี้ออนไลน์ ซึ่งประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านออนไลน์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยได้มีการขยายระยะเวลาออกไปจนถึงต้นปี 2566 ซึ่งแนวทางในการแก้ไขหนี้ ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 คือ การเจรจาผ่อนผัน การยืดระยะเวลา การชำระหนี้ขั้นต่ำสุด และการไม่คิดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือน เป็นต้น ซึ่งหลังจากนั้นจะเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ประชาชนที่เป็นลูกหนี้มีรายได้
ส่วนที่ 2 คือ การเติมเงินให้สำหรับประชาชน และผู้ประกอบการเพื่อให้มีทุนในการประกอบอาชีพ และธุรกิจ


สำหรับมูลหนี้ในการจัดงานในแต่ละครั้งนั้น ขึ้นอยู่กับการที่ลูกหนี้เข้ามาเจรจาขอผ่อนผันการชำระหนี้และการเติมสินเชื่อให้ใหม่ซึ่งถือว่ามีจำนวนมาก ซึ่งการจัดงานวันแรกที่ จ.ขอนแก่น มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,500 คน ขณะนี้อยู่ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ดังนั้นการเข้าไปช่วยเติมสภาพคล่องให้ประชาชนและผู้ประกอบการ ทางธนาคารต่างๆ ถือว่ามีความพร้อมที่จะเติมสภาพคล่องให้กับประชาชน  ส่วนปัญหาในเรื่องของสินเชื่อและการค้ำประกัน ซึ่งในการยื่นกู้จะต้องมีผู้ค้ำประกัน ได้ดำเนินการปลดล็อคให้แล้วในกรกณีที่วงเงินสินเชื่อไม่สูงมากนักไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน  แต่ในกรณีที่วงเงินสินเชื่อมีจำนวนสูง จะต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง โดยสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาหนี้ คือจะต้องมีวินัยในการชำระหนี้คืน และต้องมีวินัยในการออม ขณะนี้เศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้น ตัวเลขในภาคการส่งออกถือว่าค่อนข้างดีในหมวดของอาหาร รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหมวดอาหาร จะต้องมีการให้ความรู้และส่งเสริมให้มีการปลูกพืชระยะสั้น เพื่อให้มีรายได้เข้ามาตลอดทั้งปี ซึ่งได้ให้นโยบายในเรื่องให้สินเชื่อเติมทุน เพื่อสร้างความสามารถในการประกอบอาชีพ และการประกอบธุรกิจ เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ ควบคู่กับการเติมความรู้และวินัยในการชำระหนี้และการออมเงิน


?‍⚕️ ในการนี้ นายพนม  สิงห์สาย  พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมในมหกรรมแก้หนี้ครั้งนี้ด้วย และยังได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ประกอบด้วยนางสาวจิตตวดี  นกพะเนาว์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ พร้อมด้วยนางภัทรนรินทร์  นิลวดีพุฒิพัชร  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ และนางสุชา  สิริจันทร์ชื่น  นักวิชาการผู้รับผิดชอบงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ร่วมออกบูธในงานมหกรรมการร่วมใจแก้หนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน”ครั้งที่ 2 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เข้ามาปรึกษาในด้านการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกกองทุนฯ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือสมาชิกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดจำนวนหนี้ค้างชำระ รวมทั้งหาแนวทางป้องกันมิให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นมาอีก อันเป็นการลดภาระในการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตลอดจนประชาสัมพันธ์การรับสมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และนำผลผลิตจากสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อจำหน่ายในงานด้วย

?“ขอเชิญชวนลูกหนี้ ประชาชน หรือผู้ประกอบการในจังหวัดขอนแก่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงานมหกรรมได้อีก 1 วัน ในวันที่  20 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น หรือลงทะเบียนล่วงหน้าได้ทางเว็บไซต์ https://ln15.gsb.or.th/WEB-DEBT/Page/Consent.aspx หรือ Scan QR Code ท้ายแถลงข่าว และสามารถรับชมกิจกรรมเสวนาออนไลน์ได้ทาง Facebook Live ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง”

—ขอนแก่น : เมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่—
?  ภาพ ? ข่าว : กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สพจ. ขอนแก่น

(Visited 1 times, 1 visits today)