“นายกฯ ย้ำรัฐบาลพร้อมสนับสนุนพัฒนาศักยภาพสตรีอย่างรอบด้าน ยกระดับ สร้างโอกาส อาชีพ คุณภาพชีวิต เพิ่มความมั่นคงทางรายได้ ส่งเสริมสตรีมีบทบาท เป็นพลังขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ”


?วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2565 เวลา 14.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สร้างโอกาสด้านอาชีพ สร้างสรรค์บทบาทสตรี สู่ความเข้มแข็งในชุมชน และกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “พลังสตรีขับเคลื่อนประเทศ” โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ตลอดจนคณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และผู้เข้าร่วมโครงการฯ เข้าร่วมงาน ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยได้เปิดโอกาสให้สตรีมีบทบาทมากขึ้น ทั้งในครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติ โดยบทบาทของสตรีในด้านครอบครัว คือ บทบาทของความเป็นแม่ที่ต้องเป็นหลักในการเลี้ยงดู ให้ความรักความอบอุ่น และสั่งสอนคุณธรรมจริยธรรมแก่ลูกเพื่อให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในสังคม รวมไปถึงบทบาทของความเป็นลูกสาวที่ต้องดูแลพ่อแม่ยามแก่ชรา กล่าวได้ว่าสตรีเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จในหลายๆเรื่อง อยู่ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า วันนี้เท่าเทียมกันอยู่แล้วตนต้องกล่าวชื่นชมบทบาทสตรีในฐานะที่ตนเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ผู้หญิงมีภารกิจมาก ภารกิจที่สำคัญยิ่งคือหน้าที่ในการเป็นภรรยา หน้าที่ในการเป็นแม่ของลูก และการประกอบการ การหารายได้เพิ่มเติมให้กับครอบครัว เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจและเห็นใจบรรดาสตรีที่รับบทบาทหนัก ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าไม่ใช่เบื้องหน้าเบื้องหลังต้องไปด้วยกันร่วมมือกันให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่เราทำกันได้อยู่แล้วตั้งแต่เรื่องครอบครัวชุมชน หากให้เกียรติซึ่งกันและกันเราไปได้แน่นอน ซึ่งนอกจากบทบาทในครอบครัว ผู้หญิงยังมีบทบาทสำคัญในหลากหลายวงการ ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง แสดงให้เห็นว่าสังคมให้โอกาสผู้หญิงในการเข้าถึงและยอมรับความสามารถของผู้หญิงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลมุ่งยกระดับและสร้างโอกาสของผู้หญิง โดยได้กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาสตรีในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งแผนต่าง ๆ นี้เชื่อมโยงไปถึงการกำหนดแผนปฏิบัติการของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และโครงการต่าง ๆ ของสมาชิกกองทุนที่ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำเพื่อพัฒนาศักยภาพและแก้ไขปัญหาในท้องที่ของตนเพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการขับเคลื่อนประเทศ



นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง การให้การสนับสนุนเงินอุดหนุนแก่สมาชิกกองทุนฯ ว่า นับตั้งแต่ปี 2560 จนถึงเดือนมีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีการสนับสนุนเงินอุดหนุนให้สมาชิกร่วมกันทำโครงการไปแล้วกว่า 24,683 โครงการ และให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนกว่า 65,891 โครงการ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมคณะทำงานทุกระดับทุกฝ่ายที่มีส่วนช่วยกันขับเคลื่อน รวมทั้งสมาชิกที่ช่วยกันระดมความคิดเห็นและออกแบบโครงการที่ตรงกับความต้องการของชุมชนตนเอง จนทำให้โครงการประสบความสำเร็จ เช่น โครงการ “ร้านค้าของชุมชน เพื่อชุมชน” ของชุมชนบ้านเขารวกน้อย จ.ลพบุรี โครงการ “จากเส้นด้ายสู่การทอเป็นลวดลาย กลายเป็นผ้าไทยที่ทอด้วยใจ” ของกลุ่มทอผ้าบ้านเลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เป็นต้น จากภาพความสำเร็จเหล่านี้นับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสตรีที่เหมาะสมต่อการได้รับการพัฒนาให้เข้มแข็งและก้าวหน้าต่อไปมากยิ่งขึ้น การพัฒนาแบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การขนส่ง การจัดจำหน่าย และการออกแบบที่มีความทันสมัยแต่คงความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นและชุมชน รักษาศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตลอดจนการพัฒนาบทบาทสตรีให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีและสถานการณ์โลก เพื่อร่วมกันเดินหน้าประเทศไปสู่โลกยุคใหม่ที่มีความก้าวหน้าแห่งเทคโนโลยีก้าวสู่สังคม 4.0


นายกรัฐมนตรีย้ำ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างคุณภาพชีวิต และสร้างความเข้มแข็งให้สตรีและองค์กรสตรีด้วยความมั่นคง โปร่งใส เพื่อที่จะทำให้สตรีมีความมั่นคงทางรายได้ มีบทบาทนำทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในชุมชนเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนการดำเนินงานของกองทุนฯ ให้มีประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์ให้แก่สมาชิกทั่วประเทศ พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานของกองทุนฯ ให้พัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป


??ในการนี้ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น มอบหมายให้นางสาวธนียา นัยพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด พร้อมด้วยนายชัยณรงค์ กาญจะนะกันโห ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางจงลักษณ์ อุดมศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาสตรีระดับจังหวัด และนักวิชาการพัฒนาชุมชน ที่ได้รับมอบหมาย นำกลุ่มอาชีพสตรีที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ร่วมโครงการฯ และร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน ณ ห้องจูปีเตอร์ และห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารซาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี


?ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (นางสาวธนียา นัยพินิจ)ได้เยี่ยมชมนิทรรศการภายในงานฯ และพบปะ ให้กำลังใจ กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดขอนแก่น จำนวน 43 บูท ที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าในงานดังกล่าวด้วยฯ
—ขอนแก่น : เมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่—
?ภาพ : กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน
?ข่าว : กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น