พช.ขอนแก่น : จัดกิจกรรม “โครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มจร.ขอนแก่น

? วันที่ 22 มิถุนายน 2565 เวลา 09.00 น. นายพนม สิงห์สาย พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น มอบหมายให้นายประดิษฐ์ นัดทะยาย ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน บูรณาการความร่วมมืออำเภอเมืองขอนแก่น ดำเนินโครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา ภายใต้กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่าย โคกหนองนา สามัคคีวิถีพุทธอารยเกษตร มจร.ขอนแก่น โดยมีนายศิวกร มิตราช ผู้แทนนายอำเภอเมืองขอนแก่น เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ เนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทยครบ 130 ปี ในปี พ.ศ. 2565 พร้อมมอบแนวทางการดำเนินงานแก่เครือข่ายโคกหนองนา อำเภอเมืองขอนแก่น จำนวน 94 ครัวเรือน ณ แปลง “โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มจร.ขอนแก่น ตำบลโคกสี อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น กิจกรรมวันนี้ประกอบด้วย
– ท่านเจ้าคุณพระโสภณพัฒนบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น บรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการวัดประชารัฐสร้างสุข บทบาทเกื้อกูลวัดและชุมชน
– นายประดิษฐ์ นัดทะยาย ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน บรรยายแนวทางการขับเคลื่อน “ก้าวต่อไป โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน”
– นางจันทิรา นัดทะยาย พัฒนาการอำเภอเมืองขอนแก่น ดำเนินการสร้างเครือข่าย”โคก หนอง นา พัฒนาชุมชนอำเภอเมืองขอนแก่น และจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเครือข่ายโคก หนอง นา พัฒนาชุมชนเมืองขอนแก่น ตามโครงการเสริมสร้างเครือข่ายโคก หนอง นา พัฒนาชุมชน
– แบ่งกลุ่มรับผิดชอบฐานการเรียนรู้ จำนวน 3 ฐาน ประกอบด้วย ฐานคนรักษ์แม่โพสพ ฐานคนรักแม่ธรณี และฐานคันนาทองคำ เพื่อวางแผนจัดฐานเรียนรู้ โดยทีมงานเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอเมืองขอนแก่น และ มจร.ขอนแก่น
?นายศิวกร มิตราช ผู้แทนนายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวว่าเนื่องในวาระที่กระทรวงมหาดไทยได้รับการสถาปนาครบ 130 ปี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของพี่น้องข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น ได้ทำโครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา ภายใต้กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายโคกหนองนา สามัคคีวิถีพุทธอารยเกษตร มจร.ขอนแก่น อันเป็นการ Change for Good สร้างสิ่งที่ดีให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืน เป็นโครงการในการทำกิจกรรมกับสังคมเพื่อที่จะเฉลิมฉลองและภาคภูมิใจเนื่องในโอกาสดังกล่าว อันเป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริ เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานมาเป็นระยะเวลายาวนาน ตั้งแต่ปี 2532 ให้เป็นแนวทางเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ด้วยการประมวลนำองค์ความรู้ที่พระองค์ท่านสังเกตเห็นจากธรรมชาติเช่นเดียวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงค้นพบสิ่งที่เป็นจริงอยู่ในธรรมชาติโดยไม่ได้ประดิษฐ์ประดอยเรื่องที่เหนือชีวิตจริงของชาวโลก
?พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนคนไทยในทุกภูมิภาคนานกว่า 70 ปี ซึ่งในปี 2532 ได้ริเริ่มน้อมนำพระราชดำริ “เกษตรทฤษฎีใหม่” โดยทดลองทำครั้งแรกที่วัดเฉลิมพระเกียรติ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระบรมราชปณิธานที่แน่วแน่ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระบรมราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก โดยน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหรือเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา โมเดล มาขับเคลื่อน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมและน้อมนำเรื่องดังกล่าวมาร่วมขับเคลื่อนขยายผลโดยมี ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร (อาจารย์ยักษ์) ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชฐ โสวิทยสกุล (อ.โก้) และรองศาสตราจารย์วรวรรณ โรจนไพบูลย์ (อ.น้อยหน่า) ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายภาควิชาการในการขับเคลื่อน โดยเหตุที่ใช้คำว่า “ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา” เพราะทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานให้มีมากกว่า 40 ทฤษฎี แต่ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา เป็นการน้อมนำทฤษฎีพระราชทานมาใช้มากกว่า 1 ทฤษฎี เพื่อที่จะทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นและยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ แต่เป้าหมายและเป็นหลักเดียวที่จริงแท้แน่นอนในการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ คือ “คน” ดังนั้น โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎี ใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา จึงต้องค้นหาคนที่สมัครใจที่จะเข้ามาศึกษา มาฝึกอบรม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการที่จะไปพัฒนาพื้นที่ต้นแบบหรือพื้นที่ทำมาหากินของตนเอง และไปขยายผลดูแลครอบครัวด้วยการเป็นผู้ที่น้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปประยุกต์ใช้ เป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือที่เราเรียกว่า “ไร่นาสวนผสม” ที่มีการจัดทำพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำ เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผักผสมผสาน และมีที่อยู่อาศัย จึงเรียกว่า ทฤษฎีใหม่ ตรงข้ามกับทฤษฎีเก่าหรือเกษตรเชิงเดี่ยวที่มุ่งเน้นปลูกอย่างเดียวและพึ่งพาความเจริญทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทั้งยาฆ่าแมลง สารเคมี ยาฆ่าย่า เครื่องกล เครื่องจักรที่ต้องใช้เงิน
“ในการที่เราจะสาธยายสิ่งที่เราได้ช่วยกันขับเคลื่อนอยู่นี้ สิ่งหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องนึกถึง คือ พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงไม่ใช่เพียงแต่พระราชทานพระราชดำรัสในการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมชนกนาถเท่านั้น แต่พระองค์ท่านทรงแปลงมาสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งในแง่ทรงคิด และทรงวาดภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจ และความหวัง” พระราชทานให้พสกนิกรชาวไทยเพื่อเป็นแรงบันดาลใจเป็นจำนวนมากกว่า 10 ภาพ และยังทรงพระราชทานโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจ และความหวังให้กับกรมราชทัณฑ์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำให้คนที่หลงผิดได้มีองค์ความรู้ที่จะสามารถมาดูแลตนเองได้ “ตรงกับสิ่งที่พวกเราน้อมนำมาขับเคลื่อน นั่นคือ “เราไม่ได้พัฒนาพื้นที่ แต่เราพัฒนาคน” เพื่อให้คนกลับไปพัฒนาพื้นที่ ไปดูแลคนในครอบครัว ไปช่วยดูแลสังคม ดูแลชุมชน ให้มีคุณภาพที่ดีอย่างยั่งยืน”
?สิ่งที่ได้ดำเนินการในวันนี้ เป็นการยืนยันให้เห็นว่าทุกกิจกรรมที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น และ มจร. วิทยาเขตขอนแก่น และอำเภอเมืองขอนแก่น ได้ดำเนินการมานั้น เป็นสิ่งที่ยืนอยู่บนพื้นที่ฐานของการทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยตัวเอง เช่น การออมทรัพย์ และในขณะเดียวกัน ก็นำสิ่งที่สำคัญที่สุดของการลดภาวะโลกร้อน คือ การปลูกพืชระดับต่างๆ การจัดการน้ำ “โคก หนอง นา โมเดล”เพื่อกักเก็บน้ำไว้ทั้งบนดิน (ด้วยหนอง คลองไส้ไก่ และคันนา)และใต้ดิน (ด้วยป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างตามแนวพระราชดำริ) การจัดทำฐานการเรียนรู้ต่าง การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การกักเก็บน้ำเพื่อใช้ทางการเกษตร ฯลฯ อันจะเป็นบทเรียนสำคัญทำให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาส ศึกษาดูงาน ฝึกอบรม จดจำ และนำไปประยุกต์ในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการปฏิบัติบูชาด้วยการสนองพระราชดำริในการขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาส ที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 67 พรรษา เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2565 และที่สำคัญที่สุด เป็นการช่วยทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณนี้ ในพื้นที่ตำบลโคกสี รวมถึงพี่น้องประชาชนจังหวัดขอนแก่น จะได้มีสถานที่สำหรับสร้างโอกาสศึกษาเรียนรู้ในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ให้มีทั้งเรื่องของอาหาร ด้วยการสร้าง การฟื้นฟูป่า 5 ระดับ หรือป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ทำมาหากิน ตรงตามทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา
“ขอให้ทุกท่านได้รับสิ่งที่เรียกว่าความสุข ความสบายใจ และกำลังใจในการช่วยกันน้อมนำเอาแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปสู่การปฏิบัติร่วมกันต่อไป และขอให้พี่น้องเครือข่าย โคกหนองนา อำเภอเมืองขอนแก่นทุกครัวเรือน ยึดแนวทาง “ผู้นำต้องทำก่อน” นำเอาตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาพื้นที่ โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มจร. แห่งนี้ขยายให้เต็มพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเราได้นอนตายตาหลับว่าเราได้ทำหน้าที่พสกนิกรที่ดี ทำหน้าที่คนไทยที่ดี คือ ได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินในแนวทางที่ถูกต้องไปด้วยกัน” ท่านเจ้าคุณพระโสภณพัฒนบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น กล่าวทิ้งท้าย
—ขอนแก่น : เมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่—
? ภาพ : กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สพจ. ขอนแก่น
?ข่าว : กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สพจ.ขอนแก่น

(Visited 1 times, 1 visits today)